บทเรียนธุรกิจจากวิกฤตการสื่อสารระดับโลกที่เจ้าของแบรนด์ต้องรู้

Wiki Article

ปัจจุบันการเจรจาต่อรองไม่ได้จบลงเพียงแค่การจับมือหรือการพูดคุยทางโทรศัพท์อีกต่อไป แต่มันคือการบริหารจัดการความคาดหวังและข้อมูลข่าวสาร ลองจินตนาการดูว่าคุณเพิ่งปิดดีลกับคู่ค้ารายสำคัญ แต่เพียงไม่กี่นาทีหลังจากที่คุณประกาศความสำเร็จออกไป อีกฝ่ายกลับออกมาปฏิเสธอย่างรุนแรง

กรณีศึกษานี้แสดงให้เห็นว่า แม้จะมีการพูดคุยโดยตรงระหว่างผู้นำ แต่หากขาดโปรโตคอลการสื่อสารที่ชัดเจน ความวุ่นวายย่อมตามมา ในมุมมองของเจ้าของกิจการ เหตุการณ์นี้คือสัญญาณเตือนว่า ความชัดเจนคือทรัพย์สินที่สำคัญที่สุดในการเจรจา

หากเรามองลึกลงไปในปัญหา เราจะพบว่ามี 5 บทเรียนทางธุรกิจที่สามารถนำมาปรับใช้เพื่อป้องกันไม่ให้ "ปาก" พาธุรกิจไปสู่จุดล่มสลาย

ในวงการมืออาชีพมีกฎเหล็กที่ว่า "ถ้าไม่ได้เขียนไว้ แสดงว่ามันไม่เคยเกิดขึ้น"

ในโลกธุรกิจ ใครที่สามารถวางโครงเรื่อง (Frame the click here Narrative) ได้ก่อน มักจะเป็นผู้ได้เปรียบในการสร้างภาพลักษณ์

ความเงียบไม่ใช่ทองคำเสมอไปในโลกที่ทุกคนมีสื่ออยู่ในมือ การนิ่งเฉยอาจถูกตีความว่าเป็นการยอมรับผิดหรือความไม่ใส่ใจ

เมื่อมีการเปลี่ยนตัวผู้บริหารหรือผู้ประสานงาน ดีลที่เคยตกลงไว้อาจพังทลายหากไม่มีระบบรองรับ

เมื่อเกิดความขัดแย้งระหว่างคุณกับคู่ค้า หรือเกิดภาพลักษณ์ที่เป็นลบ คู่แข่งของคุณจะไม่นั่งรอเฉยๆ

การโต้ตอบด้วยอารมณ์มีแต่จะทำให้สถานการณ์แย่ลงและเข้าทางของคู่แข่งที่รอจังหวะอยู่

การนำหลักการ SMART มาใช้ในการสื่อสารจะช่วยให้ทุกฝ่ายมีความคาดหวังที่ตรงกัน

มันเตือนให้เราเห็นว่าแม้แต่ระดับผู้นำโลกยังพลาดได้ แล้วเราในฐานะเจ้าของธุรกิจจะประมาทได้อย่างไร

สิ่งที่ต้องทำตั้งแต่วันนี้คือการตรวจสอบโปรโตคอลการสื่อสารในบริษัทของคุณ

สุดท้ายนี้ จำไว้ว่าความน่าเชื่อถือสร้างได้ยากแต่ทำลายได้ง่ายเพียงปลายนิ้วสัมผัส

Report this wiki page